สพฐ. เผยวางแผน เสริมทักษะอาชีพให้เด็ก เมื่อจบ ม.ต้น

สพฐ. เผยวางแผน เสริมทักษะอาชีพให้เด็ก เมื่อจบ ม.ต้น

สพฐ. เผยวางแผน เสริมทักษะอาชีพให้เด็ก เมื่อจบ ม.ต้น ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) บอกว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผลิตพร้อมกับพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการปรับปรุงประเทศ รวมทั้งวางรากฐานฝีไม้ลายมืออาชีพให้แก่ผู้เรียนรู้ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้จัดเตรียมจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อที่จะเสริมทักษะอาชีพให้เด็กสามารถพบตัวตนได้เมื่อจบชั้น ม.ต้น ด้วยการแนะแนววางพื้นฐานอาชีพพร้อมทั้งปฏิรูปคุณภาพผู้เรียนรู้ควบคู่ไปในแต่ละระดับช่วงชั้น โดยเริ่มต้นจากระดับปฐมวัยที่มีการจัดรูปแบบบูรณาการผ่านความช่ำชองจากนิทาน หรือ เสริมจินตนาการจากอาชีพต่าง ๆ เพื่อเด็กมีจินตนาการอาชีพภายหน้า ส่วนระดับประถมศึกษามีกิจกรรมสำรวจอาชีพ ระดับ ม.ต้น จะมีการจัดกิจกรรมเสนอแนะ การสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ปกครอง พอให้เด็กนักเรียนรู้จักที่จะวิเคราะห์อาชีพ เกี่ยวโยงตนเองกับการศึกษาพร้อมกับอาชีพได้ ส่วนระดับ ม.ปลาย จะมีการปรับปรุงความสามารถเฉพาะการตัดสินใจการเรียนรู้ต่อ เพื่อที่จะเป็นการวัดแววพร้อมด้วยเตรียมสู่การประกอบอาชีพจริงในภายหน้า

“นายกฯมีนโยบายว่า ศธ.ต้องให้เด็ก ม.3 ทุกคนฝึกความชำนาญวิชาชีพ ซึ่งปีที่ผ่านมาก็เริ่มทำงานไปแล้ว แต่ในปีนี้เราเห็นว่า จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อจะเตรียมความพร้อมให้เด็ก โดยปูพื้นฐานให้เด็กค้นพบตัวเอง ทันทีที่ยุติ ม.ต้นจะต้องเข้าใจว่า ชอบหรือถนัดอะไร ซึ่งจะช่วยให้เด็กตัดสินใจได้แล้วว่า จะศึกษาเล่าเรียนต่อสายสามัญหรือสายอาชีพ ไม่ต้องรอให้อาชีวะมาดึงเด็กเรา แต่เราจะเตรียมความพร้อมให้ ”เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า สพฐ.จะเริ่มดำเนินการเรื่องการแนะแนวพื้นฐานอาชีพ ในปีการศึกษา 2561 โดยได้มีการขยายความทำความเข้าใจกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ไปแล้ว ดร.บุญรักษ์ บอกอีกว่า

นอกเหนือจากนี้จะมีการเอื้ออำนวยให้สถานที่เรียนเปิดรายวิชาเพิ่มเติมที่มีความหลายหลาก เป็นแบบชุดวิชาที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งชุด อย่างเช่น ชุดขนมไทยซึ่งเด็กจะได้เรียนเกี่ยวกับการทำขนมไทยอย่างหลายหลากประเภท เป็นต้น หรือจัดให้มีชุมชน หรือ การเรียนรู้แบบโครงงานมากขึ้น เพื่อที่จะให้เด็กได้ฝึกความสามารถการคิด พินิจพิจารณาอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงจะส่งเสริมให้สถานศึกษาใช้ไอซีทีในการจัดการเรียนการสอนให้เพิ่ม สำหรับลดความแตกต่าง ก็เพราะว่าที่ผ่านมาโรงเรียนอาจจะไม่สามารถสนองตอบความใคร่การศึกษาเล่าเรียนอาชีพของนักศึกษาได้เต็มที่เพราะจำนวนคุณครูไม่พอเพียง สถานที่เรียนก็จะเปิดตามความพร้อมของผู้สอน แต่ต่อไปนี้ สพฐ.ได้ปรับยุทธวิธีโดยการใช้ไอซีทีช่วยอบรมสั่งสอน โดยจะมีการจัดทำคลังบทเรียนทักษะอาชีพ คือ การสะสมอาชีพหรือสิ่งที่มีการสอนในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ หรือให้เขตพื้นที่การศึกษาจัดทำ VTR สถานที่เรียนที่ประสบผลในการสอนอาชีพ เป็นต้น เพื่อที่จะให้เด็กสืบค้นพร้อมด้วยศึกษาเล่าเรียนตามความสนใจของแต่ละคน โดยมีคุณครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถศึกษาเล่าเรียนได้ตามที่สนใจ ไม่ใช่เปิดสอนตามที่อาจารย์ประสงค์ฝึกสอน ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2561